คำตอบที่ 1
fiogf49gjkf0d หากจะดูทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในกรุงแล้ว “บึงฟิชชิ่ง ปาร์ค” ในเขตหนองจอก คงจะเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในมหานครแห่งนี้ และที่นี่มีหลายอย่างน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง “ชีพจรเมือง” ฉบับนี้ อาสาพาลัดเลาะไปตามริมทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดของกรุงเทพฯ ซึ่งสร้างขึ้นจากน้ำมือของมนุษย์ จนกลายเป็นแหล่งตกปลาที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของชาวมหานครไปแล้ว
ทะเลสาบแห่งนี้ไปไม่ยาก...เริ่มง่ายๆ ที่ขับรถจากแยกถนนนิมิตใหม่ บริเวณใกล้ที่ทำการไปรษณีย์มีนบุรี มุ่งหน้าไปตามถนนประชาร่วมใจในพื้นที่เขตคลองสามวา แต่พอเข้าเขตหนองจอกแล้ว ถนนสายเดียวกันแท้ๆ กลับชื่อถนนมิตรไมตรี ก็อย่าไปสับสนขับไปเรื่อยๆ จนถึงซอยมิตรไมตรี 28 ลึกเข้าไปเพียง 1 กม. ก็จะตื่นตาตื่นใจกับภาพทะเลสาบที่ทอดตัวยาวไกลจนสุดลูกหูลูกตา
ทะเลสาบแห่งนี้กว้างประมาณ 1 กม. ยาวประมาณ 6 กม. ทอดตัวเด่นสง่าอยู่ท่ามกลางท้องทุ่งนาที่อยู่รายล้อมด้านนอกที่ไกลออกไป แต่ในบริเวณทะเลสาบกลับกลายเป็นเนินเขาลูกน้อยใหญ่ หากมองอยู่บนเนินสูงสุดแล้วมองลงไปในทะเลสาบ จะเห็นผิวน้ำต้องลมกระเพื่อมระยิบระยับดูสวยงามยิ่งนัก
ฝั่งตะวันออกของริมทะเลสาบแห่งนี้ มีหมู่บ้านจัดสรรหรูอยู่แห่งหนึ่งชื่อ “มีนศิริ เลควิว รีสอร์ท” ตั้งอยู่บนเนินเขาลูกย่อยๆ ริมทะเลสาบกว่า 93 ไร่ เจ้าของได้ดำเนินการจัดสรรที่ดินขาย และสร้างบ้านหรูให้กับลูกค้าบนเนินเขาริมทะเลสาบแห่งนี้ ภายใต้สโลแกนที่ว่า “ที่นี่ สวิสเซอร์แลนด์กรุงเทพฯ” ดำเนินการภายใต้บริษัทมีนศิริ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ของตระกลูชื่อดังแห่งกรุงเทพฯตะวันออก คือตระกูล “มีนชัยนันท์” นั่นเอง ซึ่งมีนายวิสูตร มีนชัยนันท์ น้องชายนายวิรัตน์ มีนชัยนันท์ ส.ส.พรรคพลังประชาชน เขตมีนบุรีนั่นเอง เป็นเจ้าของ
ขนิษฐา เล็กรังสรรค์ หนึ่งในผู้บริหารโครงการดังกล่าว เล่าว่า เดิมบริเวณโดยรอบทะเลสาบแห่งนี้มีพื้นที่นับพันไร่ ซึ่งเป็นบ่อดินของเสี่ยแดง โดยเฉพาะพื้นที่ 600 ไร่เศษได้กลายเป็นทะเลสาบ ลึกไม่ต่ำกว่า 40-50 เมตร เพราะก่อนหน้านี้เมื่อหลายสิบปีก่อน เสี่ยแดงได้ขุดหน้าดินขาย จนวันนี้ร่ำรวยมหาศาลไปแล้ว
“ดินที่ขุดจากก้นทะเลสาบถูกนำมาขายให้โครงการบ้านจัดสรรต่างๆ และส่วนหนึ่งได้ถูกนำมากองไว้โดยรอบบ่อดิน จนกลายเป็นเนินเขาลูกย่อมๆ กระจัดกระจายอยู่รายรอบทะเลสาบแห่งนี้” ขนิษฐา กล่าว
เธออธิบายว่า ต่อมา “เสี่ยแดง” ได้ขายที่ดินส่วนหนึ่งริมทะเลสาบด้านตะวันออกให้กับนายวิสูตร ผู้เป็นเพื่อน เพื่อนำมาสร้างบ้านหรูริมทะเลสาบ เพื่อขายให้กับบรรดาเศรษฐีทั้งหลาย โดยได้จัดสรรเป็นที่ดินแบ่งขาย 194 แปลง ปัจจุบันมีลูกค้ามาซื้อแล้ว 21 แปลง ซึ่งกำลังก่อสร้างบ้านหลายแบบ
“อย่างบ้านหรูๆ ขนาดใหญ่ 2 หลังด้านตะวันตกของบึงนั้น เสี่ยแดงเขาก็ได้สร้างและขายให้กับฝรั่ง เพราะบรรยากาศที่นี่ดีมาก ฝรั่งเขาชอบมาก บางคนบอกว่า ที่นี่เหมือนปลูกบ้านอยู่หน้าฟยอร์ต (ทะเลสาบในหุบเขาลึกในประเทศยุโรป) กันเลยทีเดียว” เธอเอ่ยให้ฟัง
จะเห็นได้ว่า บริเวณทะเลสาบยักษ์แห่งนี้และที่ดินรายรอบที่เป็นเนินเขานั้น ปัจจุบันเป็นที่เอกชนภายใต้การดูแลของ “เสี่ยแดง” นั่นเอง แม้จะเป็นที่เอกชนก็ตาม แต่เจ้าของทะเลสาบแห่งนี้ก็ไม่เคยหวงห้าม ใครสนใจก็สามารถมาเที่ยวชมทะเลสาบแห่งนี้ได้ตลอดวัน
เพราะฉะนั้น ที่นี่จึงเป็นสวรรค์ชั้นดีของนักตกปลาที่จะสนุกสนานกับการชักเย่อกับเหล่าปลานานาชนิดในทะเลสาบได้ โดยมีเรือนแพปลูกสร้างเป็นกระท่อมน่ารักหลายหลังไว้คอยบริการ หรือแม้แต่บรรดาผู้ที่ชอบร้องเพลงทั้งหลายก็มีกระท่อมน้อยคาราโอเกะติดแอร์อยู่กว่า 5 หลังไว้รองรับลูกคอ ให้สนุกสนานกลางทะเลสาบแห่งนี้ หรือถ้าหากอยากค้างคืน ที่นี่ก็มีรีสอร์ต พร้อมเรือนแพสวนอาหารอร่อยไว้คอยบริการเช่นกัน
นอกจากนี้ เนินเขาโดยรอบทะเลสาบแห่งนี้ยังเป็นสถานที่แหล่ง “ดูนก” ชั้นดีแห่งหนึ่งในเมืองกรุง เพราะในแต่ละวันจะมีนกสารพัดชนิดให้ชื่นชมตามต้นไม้โดยรอบทะเลสาบ หรือหากชื่นชอบการปั่นจักรยานแล้ว ที่นี่ก็เป็นพื้นที่ที่เหมาะสมอย่างยิ่ง มีทั้งทางลูกรังที่ราบเรียบ ลัดเลาะไปตามริมทะเลสาบ หรือเส้นทางขึ้นเนินเขาลูกย่อมๆ ออกกำลังกายเรียกเหงื่อได้เป็นอย่างดี
ส่วนในทะเลสาบนั้น ยังสามารถนำเรือกรรเชียง หรือเรือพาย มาพายเล่นได้ เพียงแต่ต้องขออนุญาตเจ้าของเสียก่อน และที่นี่ยังเป็นที่นิยมในการใช้เป็นเส้นทางแข่งขันจักรยานเสือภูเขาอีกด้วย หรือบนเนินเขาบางแห่ง ยังใช้เป็นสนามทดสอบรถ “ออฟโรด” ได้เป็นอย่างดี
“หนุ่ม” หรือ โกศล บุญเรืองเดช หนุ่มใหญ่เจ้าของรถออฟโรด เล่าให้ฟังว่า หากมีจังหวะเขาและเพื่อนๆ ในชมรมออฟโรดจะชวนกันมาขับ และทดลองสมรรถภาพรถที่นี่เป็นประจำ เพราะสถานที่แห่งนี้มีลักษณะเป็นเนินเขาน้อยใหญ่หลายลูก โดยมีทะเลสาบใหญ่อยู่เบื้องล่าง และบอกว่า ไม่คิดมาก่อนว่าจะมีสถานที่แบบนี้ในกรุงเทพมหานคร บรรยากาศดีมาก ที่นี่เป็นเนินเขา มีหุบ มีแอ่งกะทะ มีสภาพเป็นคล้ายๆ พื้นที่เมืองกาญจนบุรี หากชมรมของพวกเราไม่มีเวลาไปต่างจังหวัด พวกเราก็จะนัดกันมาที่นี่เป็นประจำ
“ผมว่ากทม.น่าจะประสานไปยังเจ้าของพื้นที่ เพื่อนำบริเวณนี้มาจัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศแห่งใหม่ในเมืองกรุงก็น่าจะดี” โกศล ให้แง่คิดไว้
นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่อยู่ในกรุงเทพฯ แต่บรรยากาศเหมือนอยู่ในหุบเขาเมืองกาญจน์ และหากมีเวลาไปชื่นชม แล้วคุณจะไม่ผิดหวัง !

|
|
จาก TTC077
124.120.237.141
อังคาร, 22/9/2552 เวลา : 23:41 IP : 124.120.237.141
|
 แก้ไขคำตอบ  ลบคำตอบ 87521
|
|